Tuesday, 22/8/2017 | 3:26 UTC+0
Mobilnimagazin.com

Tesla Model 3

Tesla-Model-3-mobilnimagazin-sสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่มีชื่อเสียงมาก ถ้าสนใจก็ควรรู้จัก คือ Tesla Model 3 รถซีดานรุ่นเล็กที่ถือว่าเป็นการพลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์เลยครับ ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 1,227,000 บาท เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2559 นี่เป็นรถที่ต่อยอดมาจากความสำเร็จของ Model S ซึ่งเจ้า Model 3 เจ้ารถคันนี้ยังมีแรงกำลังขับเคลื่อนในระยะมากถึง 346 กิโลเมตรต่อการเสียบชาร์จจนแบตเต็ม แล้วยังมาพร้อมลูกเล่นอย่าง Autopilot ในการออกแบบนั้นมาในสไตล์เดียวกับสองรุ่นก่อนหน้านี้คือ Model S และ X ที่ประสบความสำเร็จมาก ขายได้มากกว่า 100,000 คัน ส่วนโครงสร้างของรุ่นนี้จะทำให้สูงขึ้นเพื่อทำให้ภายในมีการหมุนเวียนของอากาศและบรรยากาศดีขึ้นกว่าเดิม การออกแบบภายในก็เน้นความประณีต เรียบง่าย ล้ำสมัย มีหน้าจอขนาดใหญ่ไว้ใช้แสดงผลข้อมูลและการทำงานในระบบต่างๆ จัดว่าเป็นรถแถวหน้าของวงการรถยนต์ไฟฟ้าเลยทีเดียว

Google Self-Driving Car

google-self-driving-car-mobilnimagazin-sเมื่อประมาณ 10-20 ปีก่อน เรื่องการผลิตรถยนต์ไร้คนขับยังเป็นโครงการระยะยาวที่ดูเหมือนฝันไกล แต่ใครจะรู้ว่า เมื่อถึง ค.ศ. 2017 รถยนต์ไร้คนขับได้กลายเป็นความจริงแล้ว ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องที่มีอยู่ในภาพยนตร์หรือนิยายไซไฟยุคอนาคตอีกต่อไป เมื่อบริษัท Google ซึ่งพัฒนารถยนต์ไร้คนขับมาตั้งแต่ปี 2009 ในที่สุดก็พร้อมจะผลิตเพื่อจำหน่ายแล้วในปี 2017 นี้ โดยผ่านการทดสอบเรียบร้อยจากการวิ่งไปแล้วมากกว่า 2.7 ล้านกิโลเมตร ภายใน 4 รัฐของสหรัฐอเมริกา รวมถึงในหลายประเทศของทวีปยุโรป เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส สวิสเซอร์แลนด์ รวมถึงสิงคโปร์ รถนี้เรียกว่า Google Self-Driving Car เป็นรถต้นแบบที่พัฒนาขึ้นเองอย่างเต็มตัว มีจุดเด่นคือ สามารถแก้ไขปัญหาหลายอย่างในท้องถนนได้ เช่น - สามารถลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุบนถนนได้ราว 80-90% - ช่วยลดมลภาวะทางอากาศและพลังงานที่ใช้ไปบนถนนได้ถึง 90% - ลดปริมาณรถยนต์บนท้องถนนได้ถึง 90% - ป้องกันภาวะโลกร้อน นอกจาก Google ที่หันมาเอาจริงเอาจังกับการพัฒนารถยนต์ไร้คนขับ แล้วผลิตจำหน่ายเป็นจำนวนมากแล้ว ยังมีบริษัทบางแห่งที่ทำเรื่องนี้อย่างจริงจังด้วย เช่น Udacity ซึ่งก่อตั้งโดย Sebastian Thrun เขาเคยทำโครงการเรื่องนี้ให้ Google มาก่อน ต่อมาจึงหันมาพัฒนาซอฟต์แวร์จำลองรถอัตโนมัติและจัดอบรมวิศวกรสำหรับรถไร้คนขับ ซึ่งไม่นานมานี้ ทางบริษัทก็เปิดตัวสตาร์ทอัพเพื่อผลิตรถยนต์ไร้คนขับให้เป็นรถแท็กซี่แบบ Uber ในชื่อบริษัทว่า Voyage ซึ่งตั้งแยกมาเพื่อทำเรื่องนี้โดยเฉพาะ

Geely-Panda GX2

Geely-Panda GX2-mobilnimagazin-sคนในวงการรถยนต์และวิศวกรรมยานยนต์ก็คงจะทราบเรื่องสำคัญเมื่อต้นปีที่ผ่านมา นั่นคือการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ของคนไทย นั่นคือ VERA V1 เป็นผลงานโดยบริษัทวีราออโตโมทีฟ สำหรับคุณสมบัติ หรือสมรรถนะของรถคันนี้ เทียบเท่ากับเครื่องยนต์ 1,500 ซีซี วิ่งได้ไกลสุด 180 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้งที่ความเร็วคงที่ 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เท่ากับว่าค่าใช้จ่ายประมาณ 50-70 สตางค์ต่อกิโลเมตร และทำความเร็วสูงสุดได้ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 945,000 บาท รับประกัน 2 ปี 50,000 กิโลเมตร บริการผ่านบีควิกและแอคโฟกัส เน้นลูกค้าเฉพาะกลุ่ม โดยเริ่มต้นตั้งเป้าหมายหลักร้อยคัน แล้วมีการแจกโปรโมชั่น 20 คันแรก โดยลดคันละแสน เหลือ 845,000 บาทเท่านั้น การเปิดตัวครั้งนี้จึงเป็นเหตุการณ์สำคัญมากในประวัติศาสตร์ยานยนต์ไทย แม้ว่าจะมีดราม่าออกมาก่อนเปิดตัวไม่กี่วันเท่านั้น เพราะอันที่จริงแล้ว บริษัทวีราออโตโมทีฟของคนไทย ได้ซื้อโครงรถจากจีนยี่ห้อ Geely แล้วนำมาดัดแปลง ทำเป็นรถไฟฟ้าแบบ EV ซึ่งหลังจากเปิดตัว รถ VERA V1 ก็มีรูปทรงเหมือนรถของจีนอย่าง Geely-Panda GX2 แทบจะโคลนนิ่งกันมาเลย แต่ก็ถือว่าเป็นรถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติไทยรุ่นแรกที่ได้เปิดตัวแล้วขายอย่างจริงจัง ที่นี้เรามาดูรถยนต์ไฟฟ้าของฝั่งจีนกันบ้าง แนวทางที่ทำรถยนต์ออกมาเหมือนกับบริษัทหรือรถของอีกฝั่งอย่างเป๊ะแบบนี้ ไทยเราก็ไม่ใช่ครั้งแรก แต่จีนเริ่มมาตั้งแต่ปี 2558 แล้ว เมื่อจีนได้เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติจีนจากบริษัทจินหม่า เมื่อพวกเขาได้เปิดตัวรถรุ่น JMW2200 ที่น่าทึ่งคือ มีลักษณะคล้ายคลึงกับ BMW I3 แต่เป็นการจับมาย่อขนาดลงให้ยาวเหลือเพียง 3 เมตร เรียกได้ว่าเกือบจะเป็นรถมินิอยู่แล้ว แต่รูปทรงทั้งหมดก็เหมือนกับ BMW ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบ ไฟหน้า ไฟหลัง ล้อรถ ส่วนสเปกนั้น สมรรถนะความเร็วสูงสุดเพียง 50 กิโลเมตร/ชั่วโมง วิ่งได้ระยะทาง 120 กิโลเมตร สะท้อนความชอบรถทรงหรูหราของคนจีนพอสมควร

Tesla Model 3

gallery-mobilnimagazin-sไม่เพียงแค่นั้นTesla แบรนด์ที่นำชื่อของ Nicolas Tesla อดีตผู้ยิ่งใหญ่แห่งไฟฟ้ากระแสสลับมาตั้งชื่อ ก็เข้ามาร่วมทำเรื่องนี้เป็นเวลานานหลายปีแล้ว แม้ว่าจะยังไม่เกิดขึ้นอย่างจริงจังเท่าไรนัก เพราะปัจจัยเรื่องระบบสาธารณูปโภคยังไม่พร้อม เพราะรถไร้คนขับจะต้องใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก ซึ่งทาง Tesla กำลังอยู่ระหว่างพัฒนา แต่จากล่าสุดในปีที่ผ่านมา ภายในงานใหญ่ระดับโลกอย่าง TED Talk ผู้บริหารที่นำโดย Elon Musk ก็ออกมาแสดงแนวคิดว่าทำไมพวกเขาจึงมุ่งจับเรื่องนี้มาแต่แรก เพราะ Musk มีความเห็นว่า สุดท้ายแล้วรถไฟฟ้าจะประสิทธิภาพในการใช้พลังงานมากกว่ารถที่ใช้น้ำมันแบบเดิม แล้วกระแสไฟฟ้านั้นจะได้มาจากไหนบ้าง ในเวลานี้ก็ต้องมาจากโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ ซึ่งก็ได้มีการนำพลังงานจากธรรมชาติเช่นพลังลม แสงอาทิตย์ ไปจนถึงพลังงานนิวเคลียร์ ฯลฯ ให้กลายเป็นกระแสไฟฟ้าแรงสูงกว่าเครื่องยนต์น้ำมันเล็กๆ ของรถแบบเดิมจะทำได้ รถไฟฟ้าจะกลายเป็นมิติใหม่ของการเดินทางและความรวดเร็วมาก กระทั่งการเปิดตัว Tesla Model 3 ที่มีราคาเริ่มต้น $35,000 หรือประมาณ 1,230,000 บาท เมื่อปีที่ผ่านมาซึ่งเป็นรถยนต์ที่ใช้แบตเตอรี่ความจุสูง พร้อมสถานีชาร์จ Supercharger ที่ได้ติดตั้งไปทั่วอเมริกา ผู้ใช้สามารถเข้าชาร์จได้ฟรี แล้วยังมีระบบกึ่ง Autopilot ให้รถขับด้วยตนเอง รวมถึงติดกล้องในรถพร้อมโซน่าร์ตรวจสอบรอบคัน สามารถช่วยแก้ปัญหาคนขับในบางสถานการณ์ รวมถึงช่วยในการจอดรถได้ด้วย สุดท้ายแล้ว ทิศทางของรถยนต์ไร้คนขับที่ใช้พลังงานไฟฟ้า ก็จะกลายเป็นตลาดใหม่ที่เข้ามาแทนรถยนต์น้ำมันไปทุกขณะ

จากบรรณาธิการ – 132

นิตยสารที่จะทำให้คุณไม่พลาดกับนวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะทำให้คุณไม่ตกเทรนอีกต่อไป

ติดต่อ

ที่อยู่: bangkok 10240 โทร: 02-442-6703 โทรสาร: 011/34 13 76 อีเมล์: offices@mobilnimagazin.com